[กรุณาเริ่มอ่านตั้งแต่ version 1.0 นะครับ]
=====================
ขอต่ออีกนะครับ..
ครับ..หลังจากเราพัฒนาสิ่งต่างๆกล่าวไปแล้ว(ซึ่งยังมีอีกมาก จะกล่าวถึงภายหลัง)
อีกสิ่งหนึ่งที่เราต้องพัฒนาเพื่อนักรียนของเราก็คือ..
เรื่องอาหารการกิน ท่านสังเกตุไหมครับว่า เด็กของเราสมัยนี้ มักจะมีน้ำหนักเกินเสียส่วนใหญ่
เพราะอะไรครับ ปัจจุบันนี้ พ่อ แม่มักจะปล่อยปะให้บุตรหลาน ทานอาหารที่ เป็นอาหารขยะ ที่เราเรียกกันว่า junkfood ซึ่งไม่มีประโยชน์ต่อร่างกายและสมองเลย มีแต่แป้งและไขมัน
มาปีนี้ เราพยายามจัดอาหารให้เด็ก ได้รับประทานอาหารที่ เป็นประเภทปลาทะเล และปลาน้ำจืด
เพราะมีสารหลายชนิดที่ ที่บำรุงสมอง และประสาท เช่น สารประเภทโอเมก้า 3 โปรตีน และไม่มีคลอเลสเตอล่อน พร้อมทั้งยังจัดอาหารที่เป็นผัก ผลไม้ เพื่อเป็นกาก และมีวิตามินหลายๆชนิด ที่ส่วนใหญ่จะช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย อีกทั้งยังช่วยภาวะการขับถ่าย ได้เป็นอย่างดี
หลายท่านคงถามต่อ..
แล้วการเรียนการสอนล่ะ ทำไงต่อนะ..
โปรดติดตามครับ...
ปีนี้ เราจะระดมสมอง(brain stormming) เพื่อให้ครู และนักเรียน ได้ร่วมกันเรียนแบบบูรณาการ
แล้ว ทำไงล่ะ..
ก่อนอื่น...ครูต้องได้รับการอบรมจาก อาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ จากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อ เพื่อพัฒนาการสอน
ให้ก้าวหน้า และ สามารถถ่ายทอดความรู้แต่เด็กได้เป็นอย่างดี
ยังมีต่อ..
ป้ายกำกับ
- โรงเรียนเรา (2)
คลังบทความของบล็อก
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โรงเรียนเรา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โรงเรียนเรา แสดงบทความทั้งหมด
08 มิถุนายน 2551
สิ่นหมินกับการพัฒนา version 1.0
บันทึกถึง..ท่านผู้ที่เกี่ยวข้อง
โรงเรียนสิ่นหมินของเรา ยุคนี้บริหารโดย "มูลนิธิสิ่นหมินพัฒนา"โดยมี
คุณวาณิช ศิริเจริญภัณฑ์ เป็นประธานมูลนิธิ และมีคณะกรรมการบริหารโรงเรียนชุดหนึ่งเป็นผู้บริหารโดยตรง เรียกว่า..
บอร์ดใหญ่
และ..มูลนิธิสิ่นหมินพัฒนา ขึ้นกับ สมาคมจีนจังหวัดพิษณุโลก มีคุณวรรณี ด่านสว่างเป็นนายกสมาคม
เอาเป็นว่า..ความเป็นมาก็โดยคร่าวๆแค่นี้นะครับ
ท่านครับ..
แวบแรกของความคิด.. "หนักใจ..กังวลใจ และลำบากใจ..ไม่อยากเข้ามาบริหารเลยจริงๆ เพราะพอทราบปัญหา หลายๆอย่าง ที่ต่อเนื่องและเรื้อรังอยู่ ""ไม่ใช่เพราะผู้บริหารเดิมไม่ดีนะครับ..แต่ ปัญหาต่างๆมันต่อเนื่องมานานปี ต้องอาศัยการตัดสินใจที่เด็ดขาด และกล้าหาญ เพราะ เราจะต้องเผชิญกับ เรื่องผลประโยชน์ต่างๆ กับหลายฝ่าย ไม่ว่า กับคณะครู ผู้ปกครองนักเรียน ร้านค้า และผู้ที่เป็น Stakeholder(ผู้มีส่วนได้เสีย)ต่างๆ "
"บางครั้งอาจจะต้องปะทะกับครูเก่าๆที่ยังยึดมั่น กับวิธีการสอนแบบเดิมๆ ซึ่งเคยใช้ได้ดีเมื่อสมัย 20-30 ปีที่แล้ว"
" หลายสัปดาห์ ที่เตรียมตัวมาบริหาร ได้พยายามศึกษาถึงปัญหา และระบบการบริหารต่างๆที่ เป็นอุปสรรค ทำให้โรงเรียนไม่บรรลุถึงเป้าหมาย ปัญหาเยอะพอควร เรียกว่า แตะตรงไหนเป็นปริตรงนั้น..ทำไงดีนะ"
"บางครั้งยังโดนปรามาส จากคนที่อยูในแวดวงการศึกษา ว่า..เองเป็นพ่อค้าเจ๊กๆจีนๆธรรมดา จะรู้เรื่องอะไรกับการศึกษาวะ.."
"บางครั้งยังโดนปรามาส จากคนที่อยูในแวดวงการศึกษา ว่า..เองเป็นพ่อค้าเจ๊กๆจีนๆธรรมดา จะรู้เรื่องอะไรกับการศึกษาวะ.."
"ผมเชื่อว่า..แม้นแต่คณะคุณครูเอง คงคิดในใจ น้ำหน้าอย่างมึง จะทำไปได้สักกี่น้ำวะ .."
แต่ท่านครับ..."คำปรามาสเหล่านี้ผมได้แต่เก็บไว้ในใจ..และจะพยายามทำให้ดีที่สุด เท่าที่ปัญญาที่พอมีอยู่บ้าง"แล้วเราจะคอยดูกันต่อไป.....
สิ่งแรกที่ผมคิด...
แต่ท่านครับ..."คำปรามาสเหล่านี้ผมได้แต่เก็บไว้ในใจ..และจะพยายามทำให้ดีที่สุด เท่าที่ปัญญาที่พอมีอยู่บ้าง"แล้วเราจะคอยดูกันต่อไป.....
สิ่งแรกที่ผมคิด...
โรงเรียนจะเจริญ และพัฒนาไป โดยมีทิศทางที่ดี และเหมาะสม ต้องมาจาก คณะครูก่อนเป็นอันดับแรก..
ผมต้องพัฒนาบุคคลากรในโรงเรียน(คณะครู-เจ้าหน้าที่-พนักงาน)ก่อน..
ผมบอกกับตนเองอยู่ในใจ..
อันดับต่อมา..ต้องปรับเปลี่ยนระบบบริหาร การบังคับบัญชา การเอาจริงเองจังกับการสั่งการต้องเฉียบขาด และชัดเจนไม่ซับซ้อน แถมต้องโปร่งใส ตอบได้กับทุกคำถามที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และต้องให้คุณให้โทษได้กับผู้ที่ปฏิบัติตาม และผู้ที่ฝ่าฝืน
พร้อมๆกันนั้น..ต้องพัฒนาเทคโนโลยี ทางการศึกษา ไม่ว่าจะเป็น คอมพิวเตอร์ สื่อการเรียนการสอน เครื่องใช้ไม้สอยต่างๆที่จำเป็น เปรียบเสมือน ส่งคณะครูไปออกรบแล้วต้องติดอาวุธทางปัญญาให้ด้วย ไม่งั้น รบกี่ครั้งก็แพ้ลูกเดียว..หรือท่านว่าไม่ใช่ล่ะ ?"
การสอนของคณะครูก็เช่นเดียวกันต้อง พัฒนาการสอนแบบบูรณาการ(คำพูดที่เข้ากับยุคสมัย..แต่ก็ยังใด้นะ) การสอนไม่ใช่สักว่าแต่..สอน สอน และสอนเท่านั้น ต้องรู้จักสอนให้เด็กนักเรียนรู้วิธีการเรียนด้วย เพราะเด็กๆมาจากสภาพครอบครัวที่แตกต่าง การรับรู้วิชาการต่างๆ รับได้ไม่เท่ากัน บางคนเป็นกะลามังใหญ่ๆ รับรู้การสอนได้เต็มที่ บางคนเป็นเป็นถ้วยเล็กๆ บางคนเป็นกระชังก้นรั่ว บางคนเป็นปากขวด รับอะไรแทบไม่ได้เลย คุณครูจึงต้องมีวิธีการสอนที่แตกต่างกันไป ให้เหมาะกับทุกคน สมกับวัยของเด็กแต่ละคน
จากนั้นก็มาดูที่นักเรียน ครับ..เด็กนักเรียนต้องพัฒนาควบคู่กันไปให้สู่สุดยอดของการเรียน ความรู้ ความสามารถรอบตัวทุกด้าน ที่จะแข่งกับใครก็ได้ใลกนี้ อย่าว่าแต่ในจังหวัดพิษณุโลกเลย (อันนี้โม้นิดๆ)..
ส่วนผู้ปกครองล่ะ..นี่ก็ต้องพัฒนาการสอนให้ผู้ปกครอง รู้จัก การดูแลลูกหลานของท่านให้เข้ากับการพัฒนาของเด็กในแต่ละวัยเช่นกัน จึงคิดอยากจะเปิดโรงเรียนที่มีการอบรมให้ผู้ปกครองรู้จักช่วยเหลือเด็กในยามที่เด็กกลับถึงบ้าน..ไม่ใช่ อะไรๆ ก็โยนให้ครูทั้งหมด..อันนี้ต้องเข้าใจนะครับ ครูไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างของเด็กนักเรียน และครูไม่ใช่เทวดาที่จะบันดาลอะไรๆให้กับเด็กได้ทุกอย่าง..ดังนั้นผู้ปกครองต้องช่วยกันด้วย..เพื่อสิ่งที่ดีที่สุดของบุตรหลานท่าน ผู้ปกครองบางท่านก็เหลือเกินจริงๆ เช้า แปดโมงปุ๊บ มาโยนเด็กไว้ที่โรงเรียน แล้วมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้เป็นภาระของครู เย็นๆ ห้าโมงกว่าๆ ก็มารับกลับ แถมกลางคืนเวลาเด็กอยู่บ้าน ก็ปล่อยให้เด็กเล่นเกมบ้าง ดูทีวีบ้าง ไม่ได้ช่วยเด็กในเรื่องการเรียนเลย..ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับเด็ก รุ่งเช้าก็มาโยนไว้อีก..
จากนั้นก็มาดูที่นักเรียน ครับ..เด็กนักเรียนต้องพัฒนาควบคู่กันไปให้สู่สุดยอดของการเรียน ความรู้ ความสามารถรอบตัวทุกด้าน ที่จะแข่งกับใครก็ได้ใลกนี้ อย่าว่าแต่ในจังหวัดพิษณุโลกเลย (อันนี้โม้นิดๆ)..
ส่วนผู้ปกครองล่ะ..นี่ก็ต้องพัฒนาการสอนให้ผู้ปกครอง รู้จัก การดูแลลูกหลานของท่านให้เข้ากับการพัฒนาของเด็กในแต่ละวัยเช่นกัน จึงคิดอยากจะเปิดโรงเรียนที่มีการอบรมให้ผู้ปกครองรู้จักช่วยเหลือเด็กในยามที่เด็กกลับถึงบ้าน..ไม่ใช่ อะไรๆ ก็โยนให้ครูทั้งหมด..อันนี้ต้องเข้าใจนะครับ ครูไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างของเด็กนักเรียน และครูไม่ใช่เทวดาที่จะบันดาลอะไรๆให้กับเด็กได้ทุกอย่าง..ดังนั้นผู้ปกครองต้องช่วยกันด้วย..เพื่อสิ่งที่ดีที่สุดของบุตรหลานท่าน ผู้ปกครองบางท่านก็เหลือเกินจริงๆ เช้า แปดโมงปุ๊บ มาโยนเด็กไว้ที่โรงเรียน แล้วมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้เป็นภาระของครู เย็นๆ ห้าโมงกว่าๆ ก็มารับกลับ แถมกลางคืนเวลาเด็กอยู่บ้าน ก็ปล่อยให้เด็กเล่นเกมบ้าง ดูทีวีบ้าง ไม่ได้ช่วยเด็กในเรื่องการเรียนเลย..ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับเด็ก รุ่งเช้าก็มาโยนไว้อีก..
แล้วมาบอกว่า..เออ ลูกฉันไม่เอาใจใส่การเรียนเลย..เฮ้อ..แล้วท่านล่ะ..
ยัง..ยังครับ ยังไม่จบยังมีต่ออีกนะ..
วันนี้ ขี้เกียจเขียนแล้วล่ะ..
วันนี้ ขี้เกียจเขียนแล้วล่ะ..
ป้ายกำกับ:การจัดซื้อ
โรงเรียนเรา
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
